กราบลาครูตั๊ก

วันแรกที่ได้เห็นครูตั๊ก คืองานครบรอบ 100 ปี ของท่านครูหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) เมื่อปีพ.ศ. 2524 สมัยนั้นเป็นนักร้องวงอังกะลุงโรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย ตอนนั้นคิดในใจว่าครูท่านนี้เป็นใคร? ดูเด็กจัง ทำไมถึงมาทำหน้าที่ตีฉิ่งควบคุมวง ไม่เห็นรู้จักเลย เพราะตอนนั้นเพิ่งเข้าสู่วงการดนตรีไทยเลยรู้จักแค่ครูประสิทธิ์ ถาวร และครูบุญยงค์ เกตุคง ซึ่งครูเหล่านี้ท่านล้วนมีอายุมากแล้ว


การได้พบครูตั๊กอีกครั้ง สืบเนื่องจากลูกอยากเรียนขิม เราผู้ที่คลุกคลีกับดนตรีไทยมาแล้ว 6 ปีตลอดชีวิตการเป็นเด็กมัธยม ก็อยากให้ลูกเรียนดนตรีไทยกับครูที่มีชื่อเสียง และไม่อยากให้ลูกไปเรียนในห้างสรรพสินค้าที่เปิดสอนกันอยู่ ภารกิจตามหาครูดนตรีไทยจึงได้เริ่มขึ้นจากที่โทรศัพท์ไปหาครูสวิต ทับทิมศรี ซึ่งเป็นครูที่สอนที่โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย ครูสวิตบอกว่าถ้าจะเรียนกับครูจะเป็นพวกซอ และต้องไปที่บ้านแถวบางยี่เรือซึ่งไกลกับบ้านปัจจุบันมาก (บ้านอยู่จังหวัดปทุมธานี) จึงได้ถามครูว่าถ้าเรียนขิมแนะนำเรียนที่ไหน ? ครูสวิตจึงแนะนำว่าให้ไปที่มูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะ ฯ แถวพระราม 6 แต่โชคชะตาคงยังไม่ถึงเวลา เพราะการตามหามูลนิธิ ฯ ไม่ใช่เรื่องง่าย ตอนนั้นรู้แค่ว่าอยู่ตรงข้ามซอยรณชัย 2 แต่ไปแล้วก็หาไม่พบอยู่ดี นั่นคือการหาบ้านครู ฯ ครั้งที่ 1 ซึ่งไม่ประสบความสำเร็จ

วันเวลาผ่านไปหลายเดือน การตามหาบ้านครู ฯ ครั้งที่ 2 เริ่มขึ้นอีก แต่ก็ไม่สำเร็จเหมือนเดิม ตอนนี้เริ่มท้อแท้หมดหวัง ในขณะนั้นสามี (ปิ่น จีรวุฒิ หงสกุล) ก็นึกขึ้นได้ว่าคุณแม่น่าจะรู้จักเพราะคุณพ่อเคยไปรักษาครูตั๊กที่บ้านสาคริก ซึ่งเป็นที่ตั้งของมูลนิธิ ฯ จึงได้รบกวนคุณแม่สามีพามาพบ ภารกิจนี้ใช้เวลาตามหาบ้านครู ฯ ทั้งหมด 3 ครั้ง จึงจะประสบความสำเร็จ

การพบครูตั๊กวันแรก ก็แจ้งครูว่าใช้เวลาตามหาที่นี่มา 3 รอบ ถึงเจอ ครูตั๊กได้บอกว่าคนเราถ้ามีวาสนาเมื่อถึงเวลาจึงจะได้พบกัน และในเวลานั้นทำให้ความลับถูกเปิดเผยว่าเคยเป็นนักร้องวงดนตรีไทยสมัยมัธยมมาก่อน (ที่ว่าถูกเปิดเผยเพราะสามีและลูกสาวก็ไม่มีผู้ใดล่วงรู้) ด้วยเหตุนี้ครูจึงมอบหมายให้ช่วยร้องเพลงเวลาที่ต้องเรียนเพลงที่มีคำร้อง เพื่อฝึกเด็กให้เรียนรู้ในการรับร้องหรือคลอร้องในเพลงเหล่านั้นไปด้วย


การพาลูกสาว (แป้ง ฐิตญาภรณ์ หงสกุล) อายุ 10 ปี ในตอนนั้น มาฝากตัวเป็นลูกศิษย์กับครูตั๊กถือเป็นวาสนา ถือเป็นความโชคดีที่ได้มาเรียนกับครู ครูมีความเมตตาอบรมทั้งกับลูกศิษย์และผู้ปกครอง ทําให้ได้เรียนรู้ทั้งวิชาดนตรีและวิชาการดำเนินชีวิตหลาย ๆ อย่างเช่น จงเป็นแก้วที่มีน้ำเพียงครึ่งแก้ว การรักษาวัฒนธรรมคือการรักษาชาติ น้ำใจมีค่ามากกว่าเงินทอง ฯลฯ เหล่านี้ล้วนเป็นข้อคิดในการดำเนินชีวิตที่ครูตั๊กได้ถ่ายทอดให้ลูกศิษย์และผู้ปกครองเสมอมา  ภาพที่เห็นมาตลอดระยะเวลา 15 ปี ครูตั๊กมีสุขภาพที่แข็งแรงมีอารมณ์ขันชอบเล่นกลและสอนดนตรีเด็ก ๆ ไม่เคยหยุดนิ่ง ไม่คิดว่าครูจะจากไปเร็วขนาดนี้ สิ่งที่ครูสั่งสอนและถ่ายทอดไว้จะอยู่ในใจเสมอค่ะ

กราบลาครูตั๊ก

ปิยพรรณ หงสกุล
ผู้ปกครอง ฐิตญาภรณ์ หงสกุล (แป้ง)
วันที่เขียนบทความ 16 พ.ค 2569