恩师如灯照我行,童年一曲伴琴声。
昔日执手教我路,今朝仰望念师情。
风过人间音犹在,云上长空寄此生。
不言离别心常在,一抹青天是师名。
ครูตั๊กขา…
“อ้าว มาแล้วเหรอ ทานอะไรมายังล่ะ”
“นั่งหลังตรง ๆ หน่อยสิ”
“วันนี้จะทําซุปไก่ให้กินนะ”
“อย่ายกไม้สูงแบบนั้น ลองแบบนี้นะ”
ทุกคําพูดของครูกับไหม เต็มไปด้วยความเป็นห่วงเสมอ
“เหย ไปอยู่อะไรตรงนั้นมันสกปรก ออกมา”
“สบายดีไหม ครูเสียใจด้วยนะ”
ไหมอาจไม่ได้เริ่มเรียนขิมกับครูเป็นคนแรก แต่ครูคือคนสุดท้ายที่หนูยอมให้จับมือตีขิม และเป็น “ครู” คนแรกและคนเดียวที่หนูเรียกได้เต็มปาก ครูที่ไม่เคยต้องการสิ่งใดตอบแทน มีใจเข้มแข็ง มีธรรมะนําทาง และคอยชี้ทางให้ศิษย์เสมอ ตอนเด็กไหมไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง ยิ่งต้องมาเรียนไกลบ้านยิ่งไม่อยากมา “หนูอยากเรียนกับครูตั๊ก ครูเหมือนพ่อมดเลย” จากเด็กขี้กลัว ครูทำให้ไหมกลายเป็นคนที่กล้าและเข้มแข็ง แค่ครูใช้มายากลเพียง 2 กล ก็ทำให้ไหมวิ่งไปบอกพ่อว่า ครูคือหนึ่งในเบื้องหลังความสำเร็จของไหม ไหมกล้าดีดกู่เจิง 2 ตัวจนได้แชมป์ ก็เพราะครูเคยทำให้เห็นตั้งแต่เด็กว่า ขิมยังตี 2 ตัวได้ ในวันที่หลายคนห้าม ครูกลับบอกว่า “The show must go on” และไหมก็ทำมันได้สำเร็จ
ในช่วงเวลาหนึ่งของชีวิต การมาชมรมทุกอาทิตย์กลายเป็นความสุขและความเคยชินของไหม แต่หลังจากที่คุณพ่อคุณแม่จากไหมไป ไหมไม่กล้ากลับมาชมรม ไม่ใช่เพราะไม่รักครูหรือไม่รักดนตรี แต่เพราะไหมไม่อยากร้องไห้ให้ใครเห็น และไม่อยากเผชิญกับความทรงจำของการสูญเสีย แต่สุดท้าย… นกตัวนี้จะบินไปไหนได้ เมื่อปีกทั้งสองข้างหายไป ไหมจึงกลับมาหาครู ครูถามเรื่องคุณพ่อคุณแม่เพียงครั้งเดียวด้วยความเป็นห่วง และไม่ถามอีกเลย ครูเข้าใจไหม โดยที่ไหมไม่ต้องพูดอะไรอีก ถ้าในชีวิตไหม คุณพ่อคือผืนดิน คุณแม่คือต้นไม้ใหญ่ ครูตั๊กคือท้องฟ้า ที่คอยโอบอุ้ม ให้แสงแดด และให้อากาศกับชีวิตของไหม
วันนี้ ครูอยู่บนฟ้า และอยู่ในใจของไหม ทุกครั้งที่มองขึ้นไป ไหมจะนึกถึงครูเสมอ ถึงเวลาแล้วนะคะ… ที่ครูตั๊กจะได้พักผ่อน ขอบคุณครูตั๊ก สำหรับทุกอย่างในชีวิตของหนู
ไหมรักครูตั๊กนะคะ
กัญญารัตน์ รัตนเสาวภาคย์ – ไหมฟ้าปาฏิหาริย์
ลูกศิษย์ครูตั๊ก เล่นขิมและกู่เจิง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554
วันที่เขียนบทความ เม.ย. 2569
