“ตั๊ก” น้องชายของ “พี่อี๊ด” 

โดย มาลินี สาคริก 


         เนื่องจาก “คุณป้า” (คุณหญิงชิ้น ศิลปบรรเลง ต.จ.) และ “คุณแม่” นางมหาเทพกษัตรสมุห (บรรเลง สาคริก) เป็นลูกของคุณตา หลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) ทั้งสองท่านรับราชการเป็นครูดนตรีไทยสังกัดกรมการฝึกหัดครู กระทรวงศึกษาธิการ อีกทั้งเคยผ่านช่วงเวลาของ “ความรุ่งเรือง” และ “ความร่วงโรย” ในด้านศิลปะดนตรีไทยมาแล้ว ท่านจึงพยายามฝากไว้ให้ “ลูกหลาน” และ “ศิษย์” ช่วยกันรักษาสืบทอดต่อไป

จากซ้าย อาจารย์บรรเลง สาคริก อาจารย์ชนก สาคริก และคุณหญิงชิ้น ศิลปบรรเลงจากซ้าย อาจารย์บรรเลง สาคริก อาจารย์ชนก สาคริก และคุณหญิงชิ้น ศิลปบรรเลง

 

        “ตั๊ก” ไม่ได้เรียนดนตรีไทยตั้งแต่เด็กเหมือนพี่ ๆ ... แต่เริ่มเรียนอย่างจริงจังเมื่อเรียนอยู่ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา พญาไท .... ในช่วงเวลานั้นมีงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน จัดขึ้นที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา “ตั๊ก” รอกลับบ้านพร้อม “คุณแม่” ที่ต้องไปคุมนักเรียนโรงเรียนฝึกหัดครูสวนสุนันทาออกร้านอาหารในงานฯ และท่านต้องเป็นกรรมการตัดสินการประกวดบรรเลงดนตรีไทยด้วย “ตั๊ก” เกิดความประทับใจเมื่อได้ฟังการบรรเลงขิมเพลงลาวคำหอมของนักเรียนคนหนึ่งจากภาคใต้ จึงเริ่มเรียนดนตรีไทย ... คุณแม่ท่านดีใจมาก ... รีบไปซื้อขิมอย่างดีจากร้านดุริยบรรณ ราคา 700 บาทมาให้ “ตั๊ก” ฝึกตีขิมทันที (สมัยนั้นเงินเดือนข้าราชการขั้นต้น เดือนละ 1,000 บาท)

        คุณป้า (คุณหญิงชิ้น ศิลปบรรเลง ต.จ.) ท่านดีใจมากที่สุด ... ทั้ง คุณแม่และคุณป้า ช่วยกันสอนดนตรีให้ “ตั๊ก” พาไปเป็นผู้ช่วยสอนดนตรีไทยที่โรงเรียนต่าง ๆ เช่น โรงเรียนราชินีบน โรงเรียนวัดบวรนิเวศ โรงเรียนสตรีศรีอยุธยา ฯลฯ ทั้งสองท่านฝากงานสืบทอดศิลปะดนตรีไทยของบรรพบุรุษสายสกุล “ศิลปบรรเลง” ให้ลูกหลานช่วยกันรักษาสืบทอดต่อไป

อาจารย์ชนก ตีขิมมังกรคู่ที่คุณแม่ซื้อให้

 

        “ตั๊ก” น้องของพี่เป็นคนพิเศษที่มีความสามารถและพรสวรรค์ทางดนตรีมาก อีกทั้งเป็นคนรักษาสัจจะ สัญญาที่ให้ไว้กับ “คุณแม่” และ “คุณป้า” ตลอดมา ผู้ใหญ่ในครอบครัว สาคริก และ ศิลปบรรเลง ท่านอบรมสั่งสอนลูกหลานให้ประพฤติปฏิบัติตนตามหลักธรรมของพระพุทธศาสนา ... สอนให้รู้ทั้ง “เหตุ” และ “ผล” ของการปฏิบัติตนตามขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงามที่มีมาแต่โบราณ ท่านไม่ปิดกั้นความคิดและวิชาการที่ทันสมัย ... (ถกเถียงได้...ด้วยความเคารพ) ... พวกเรามีชีวิตอยู่ได้อย่างสงบและมีความสุขท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างมากมายและรวดเร็ว 

        ในครอบครัวของเราที่ “บ้านสาคริก” มีผู้ที่เกิดปีจอ-วันอาทิตย์ รวม 3 คน โดยมีอายุห่างกัน คนละ 24 ปี คือ 1. คุณพ่อ พระมหาเทพกษัตรสมุห (เนื่อง สาคริก) 2. พี่ชายคนโต ศาสตราจารย์ระพี สาคริก และ 3. น้องชายคนเล็ก ชนก สาคริก ทั้ง 3 คน มีความคล้ายกันมากทั้งในด้านความคิดและการกระทำ คือเป็นผู้มีอุปนิสัยเป็น “ครู” ชอบศึกษาค้นคว้าหาความรู้และถ่ายทอดให้แก่ “ศิษย์” อย่างเต็มที่โดยไม่ปิดบัง...เป็นผู้ที่คิดดี-พูดดี-ทำดี-มีเมตตา-ซื่อตรง

        “ตั๊ก” ใช้ชีวิตอย่างสมถะ ไม่ชอบออกไปไหน วันเสาร์และอาทิตย์จะมีความหมายกับ “ตั๊ก” เสมอ ที่จะได้พบลูกศิษย์ลูกหามากมาย เพื่อถ่ายทอดมิใช่เพียงวิชาดนตรี แต่คือวิชาของความเป็นมนุษย์ให้อีกด้วย

ไม่กี่ปีที่ผ่านมา “ตั๊ก” เริ่มป่วย ร่างกายซูบผอม แต่ก็ยังไม่ยอมละทิ้งความเป็นครู ยังคงสอนลูกศิษย์ทุกครั้งที่เข้ามาขอเรียน

        วันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 “ตั๊ก” กลับมาจากโรงพยาบาลรามาธิบดี หลังจากที่เข้ารับการรักษามานานร่วมสี่เดือน วันที่ “ตั๊ก” กลับบ้าน “พี่อี๊ด” ลงไปรอรับ ได้เห็นความสุขเต็มเปี่ยมในสีหน้า แววตาของ “ตั๊ก”

        ช่วงเวลา 3 สัปดาห์ แม้ว่าจะไม่ยาวนานนัก แต่ก็มีค่าอย่างที่สุด ครอบครัวของเราได้กินข้าวพร้อมกัน “ตั๊ก” ได้มานั่งฟังลูกศิษย์ตีขิม นั่งเคาะจังหวะ ร้องเพลงส่งให้ลูกศิษย์รับ ทุกอย่างดูเหมือนเดิมแม้ว่าจะโรยราลง

        เช้าวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2569 “ตั๊ก” ตื่นแต่เช้า ใส่เสื้อตัวเก่ง นั่งรถเข็นลงมาข้างล่าง บอกให้ “จิต” ช่วยตัดผม ขอกระเป๋าสตางค์จาก “เป้า” เพื่อแจกสตางค์เป็นรางวัลให้เด็ก ๆ ที่ช่วยทำงานบ้าน นั่งกินเกาลัด ดูสารคดีกับ “พี่อี๊ด” ก่อนขึ้นข้างบน เพื่อไปทดลองนอนเตียงใหม่ ที่ “เก๋” ซื้อมาให้ “ตั๊ก” ดูสดใส ร่าเริง มีความสุขมากที่สุดวันหนึ่งในความรู้สึกของ “พี่อี๊ด”อีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ค่ำวันเดียวกันนั้น “ตั๊ก” น้องชายของ “พี่อี๊ด” ก็หยุดหายใจ

        “ตั๊ก” ได้สร้างคุณประโยชน์ไว้มากมาย เพื่อตระกูลของเรา เพื่อดนตรีไทย เพื่อผู้คนมากมาย และประเทศของเรา เสียดายที่สุดที่ “ตั๊ก” จากไปก่อน ถ้าแลกกันได้ “พี่อี๊ด” จะขอแลกให้ “ตั๊ก” ยังคงอยู่เพื่อประโยชน์ของผู้อื่นต่อไป

รัก
“พี่อี๊ด”
มาลินี สาคริก
วันที่เขียนบทความ 16 มิ.ย. 2569