กราบลาครูตั๊ก🙏🏻🤍

ถ้าชีวิตของพิชญานุชเป็นหนังสือเล่มนึง ดนตรีไทยน่าจะอยู่ในหนังสือเล่มนั้นเกินครึ่งเล่มได้


ย้อนกลับไป พ.ศ. 2554 เราอายุ 7-8 ขวบ ตามเพื่อนที่เรียนรำมาเรียนดนตรีไทยด้วยกัน จำได้ว่าตอนนั้นไม่ได้ชอบอะไรพิเศษ แต่เห็นเพื่อนเลือกระนาดก็เลยเลือกระนาดตาม ครูบอกว่ามือเล็กและไม่มีแรงพอ ให้ลองขิมดูมั้ย นับจากนั้นก็ได้เรียนขิมกับครูตั๊กมาตลอด

เราเป็นคนไม่มีพรสวรรค์ทางดนตรีตั้งแต่แรก ไม่มีแววเลยแบบที่ครูตั๊กชอบบอก เคาะกรับไม่ลงจังหวะ ครูชอบหยิบเรื่องนี้มาแซวว่าตอนนั้นครูคิดเสมอว่าแล้วมันจะไปรอดมั้ย

เรียนเป็นกลุ่มกับเพื่อนก็เป็นนักเรียนหัวช้า เพื่อนต่อเพลงได้เร็วมากขณะที่เราต่อช้ามาก ตีไม่ทันเพื่อน ตามเก็บตกทีหลังประจำ ครูเคยบอกว่าเราเหมือนเครื่องบินที่ต้องมีรันเวย์ก่อนถึงจะบินขึ้น ไม่ใช่เฮลิคอปเตอร์ที่ขึ้นได้ทันที


ไม่น่าเชื่อว่าเด็กคนนั้น คนที่ดูหัวช้า เคาะจังหวะยังเคาะไม่ลง ภายใต้การหล่อหลอมของครูตั๊กจะพัฒนาฝีมือขึ้นมา กลายมาเป็นเราในทุกวันนี้ที่เป็นพี่เลี้ยงช่วยสอนน้อง ๆ ในชมรม คำสอนของครูที่เคยสอนเรา เป็นแนวทางให้เราสอนน้อง ๆ ต่อ รวมถึงมายากลที่ครูชอบเล่นให้ดู แล้วล่อด้วยคำว่า “ตีให้ได้ก่อนเดี๋ยวเฉลย” ก็กลายเป็นสิ่งที่เราใช้ล่อน้องเหมือนกัน


เสียดายที่ต่อจากนี้คงไม่ได้ทานอาหารฝีมือครู (อร่อยมากทุกเมนู ติดใจกลับไปงอแงให้แม่ทำให้กินประจำ) ไม่ได้ทานบาร์บีคิวพลาซ่ากับครู ไม่ได้ฟังครูเล่าเรื่องหนังจีนกำลังภายใน ไม่ได้ฟังครูสอนธรรมะ และไม่มีโอกาสถ่ายรูปชุดครุยกับครูแล้ว แต่ความทรงจำตลอด 14 ปีที่ผ่านมา จะไม่มีวันหายไปจากหัวใจหนูแน่นอน


ครูไม่ต้องห่วงชมรมนะคะ หนูกับเพื่อน ๆ พี่ ๆ จะช่วยกันดูให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ค่ะ จากนี้จะยึดแนวทางปฏิบัติของครูในการดูแลน้อง ๆ ต่อไปค่ะ

ขอให้ดวงวิญญาณของครูได้พบกับความสงบสุข ขอบพระคุณครูที่เมตตาหนูตลอดมาค่ะ

ด้วยความเคารพรักและอาลัยอย่างยิ่ง
พิชญานุช คำบุญรัตน์ (กระเต็น) 
ลูกศิษย์ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554
วันที่เขียนบทความ 31 พ.ค. 2569