กราบลาครูตั๊กชนก สาคริก ด้วยความเคารพรักและอาลัยยิ่ง

รำลึกความหลังครั้งเยาว์วัย… กว่า 40 ปีก่อน ตุ๊กได้พบครูตั๊กครั้งแรกในปี พ.ศ. 2528 ครูตั๊กไปสอนดนตรีไทยหลังเลิกเรียนที่ รร.สาธิตจุฬาฯ (ฝ่ายมัธยม) ตอนนั้นเลือกเรียนโกวเจ็ง (กู่เจิง) เพราะรู้สึกว่าแปลกดี เป็นเครื่องดนตรีจีนที่ครูตั๊กนับเป็นผู้บุกเบิกนำมาประยุกต์เล่นกับเพลงไทยเดิมได้ไพเราะมาก จากนั้นก็ตามมาสมัครเป็นสมาชิกชมรมดนตรีไทย มูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) เพื่อเรียนดนตรีไทยกับครูตั๊กที่ชมรม ฯ ในวันหยุดเสาร์อาทิตย์อีกด้วย เมื่อครูตั๊กได้ทราบว่าตุ๊กเคยเรียนขิมกับอาจารย์อรวรรณ บรรจงศิลป์ มาก่อน สมัยอยู่โรงเรียนประถม จึงชวนให้รื้อฟื้นและฝึกฝนขิมควบคู่ไปกับกู่เจิงด้วย และยังได้มีโอกาสเรียนระนาดเอกกับ ครูสุบิน จันทร์แก้ว อีกด้วย

บ้านครูตั๊กเหมือนกับเป็นบ้านอีกหลังของพวกเรา แทบทุกวันหยุดเสาร์อาทิตย์ พวกเราจะใช้เวลาอยู่ด้วยกันที่ชมรม ฯ ได้ทั้งวัน เรียนบ้าง ซ้อมบ้าง กินขนมกันบ้าง วิ่งเล่นกันบ้าง (อาจจะเล่นมากกว่าเรียนด้วยซ้ำไป) ครูตั๊กจะมีเทคนิคการสอนให้พวกเราสนุกสนาน ไม่ว่าจะเป็นการเล่านิทาน เล่นกลหลอกเด็ก ๆ เลี้ยงขนมเลี้ยงไอติม ไปจนถึงทำอาหารให้นักเรียนชิมกัน กลุ่มผู้ปกครองเองก็มักมานั่งเฝ้าดู มีอาหารอร่อย ๆ มาแชร์กัน รวมทั้งนั่งจับกลุ่มพูดคุยนินทาลูก ๆ จนสนิทสนมกันมาก โดยมีครูตั๊กเป็นทั้งครูเป็นทั้งผู้ปกครองที่ดูแลสั่งสอนพวกเรา ไม่ใช่แค่เรื่องของการฝึกฝนฝีมือดนตรีไทยให้เก่งและไพเราะ ครูตั๊กยังอบรมสั่งสอนพวกเราให้รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย สอดแทรกธรรมะ ให้ทำแต่ความดี มีน้ำใจ เป็นคนดีของสังคม ศิษย์ครูตั๊กต้องมีมารยาท มีสัมมาคารวะ รู้จักกาลเทศะ บางทีที่พวกเราทำตัวไม่เหมาะสม ซุกซนกันเกินไป ไม่ตั้งใจฟังครู หรือเสียมารยาทกับผู้ใหญ่ ครูตั๊กก็จะดุและอบรมกันยาวเลย บางทีผู้ปกครองก็จะถูกเรียกมาอบรมไปด้วยกันเลยทีเดียว
🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤

คำกลอนสอนศิษย์ ของครูตั๊ก ซึ่งยังท่องจำได้ขึ้นใจจนทุกวันนี้
“อันความรู้หาได้จากการเรียน  ส่วนฝีมือนั้นต้องเพียรฝึกฝน
ชื่อเสียงนั้นเป็นเพียงลมปากคน  อย่ากังวลใส่ใจให้มากความ
ถ้าอยากเก่งดนตรีต้องมีครู  หมั่นพากเพียรเรียนรู้และไต่ถาม
ฝึกวิชาหนักเข้าอย่าเบาความ  จะพบความสมหวังดังตั้งใจ
แม้รู้ดีมีฝีมือชื่อโด่งดัง  เร่งระวังมารยาทอย่าขาดหาย
รู้กาละ เทศะ รู้ละอาย  จึงช่วยตนพ้นภัยตลอดกาล”
🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤

ครูตั๊กนักบุกเบิกผู้มาก่อนกาล

ครูตั๊กเป็นนักคิดที่มีความสร้างสรรค์และมีวิสัยทัศน์ยาวไกล ไม่เคยหยุดนิ่งอยู่กับที่ ครูตั๊กเคยบอกว่า การเรียนการสอนดนตรีไทยก็ต้องปรับตัวไปตามยุคสมัย เพื่อให้มีคนรุ่นหลังมาสืบทอด ไม่ให้สูญหายไป โดยเฉพาะทางเพลงของท่านครูหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) ที่ไพเราะหวานหูและมีลูกเล่นที่ไม่เหมือนใคร ครูตั๊กนับว่าเป็นต้นกำเนิดของขิม 9 หย่องที่แพร่หลายในทุกวันนี้ ด้วยสายสเตนเลสที่ไม่เพี้ยนง่ายอย่างสายทองเหลือง และเสียงที่ตีออกมากังวานไพเราะรื่นหู ครูตั๊กยังได้ให้ไอเดียกับผู้ปกครองช่วยประดิษฐ์ “วิชชุบอร์ด” (Visual Board) ที่กดแสดงเป็นไฟตามตำแหน่งสายขิม ช่วยเด็ก ๆ มองและตีขิมตามได้อย่างง่ายดาย โน้ตเพลงก็พิมพ์เก็บลงคอมพิวเตอร์ สามารถเรียกดูและ print แจกนักเรียนได้ทันที ครูตั๊กยังเป็นผู้บุกเบิก นำเครื่องดนตรีแปลก ๆ สารพัดชนิด เช่น ขิมแผ่น พิณพม่า พิณผีเสื้อ กู่เจิง ดานโบว มาเล่นเป็นวงเครื่องสายผสมแบบไทยออกแบบเป็น “เพลงพิณอาเซียน” ได้อย่างไพเราะลงตัว 

ครูตั๊กทันสมัยและเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ ตลอดเวลา ใช้คอมพิวเตอร์ได้คล่อง ตัดต่อคลิปได้เก่งมากตั้งแต่ยุคแรก ๆ ครูตั๊กชอบทำงานบนไอแพดประจำตัว ใช้ทำคลิปสอนดนตรีไทยลงทางเว็บไซต์และสื่อโซเชียล เพื่อให้คนที่สนใจได้มีโอกาสเรียนรู้ฝึกดนตรีไทยแม้จะอยู่อีกซีกโลกก็ตาม ครูตั๊กบอกว่า มันจะเป็น digital footprint ที่ช่วยเก็บรักษาและเผยแพร่ผลงานของท่านครูหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) ไปอีกนาน

ครูตั๊กผู้ให้

ครูตั๊กเล่าว่า เรียนจบเศรษฐศาสตร์ แต่เลือกมาเป็นครูเต็มเวลาเพื่อสืบทอดดนตรีไทยของท่านครู ฯ
ตุ๊กได้ร่วมแสดงขิมและกู่เจิงในหลายโอกาสสำคัญ ความประทับใจในชีวิตคือการได้ร่วมบรรเลงกู่เจิงออกอัลบั้มวงภุมริน ซึ่งยังได้ยินเป็นเพลงประกอบข่าวในพระราชสำนักทางทีวีบ้าง ประกอบละครหรือตามงานพิธีต่าง ๆ บ้างจนถึงทุกวันนี้ การฝึกบรรเลงขิมก็ได้พัฒนาฝีมือจนสามารถบรรเลงเดี่ยวลาวแพนด้วยขิมสองตัว เข้าประกวดขิมรางวัลศรทองอยู่หลายปี จนได้รางวัล “ขวัญใจนักฟังเพลงไทย” เมื่อปี พ.ศ. 2532 และได้มีโอกาสต่อเพลงทางเดี่ยวจากครูตั๊กอีกหลายเพลง ซึ่งทั้งหมดนี้และการสั่งสอนของครูตั๊กล้วนมีส่วนสำคัญที่หล่อหลอมวินัยในการใช้ชีวิต และสนับสนุนให้ได้รับทุนการศึกษาไปเผยแพร่วัฒนธรรมไทยในต่างแดนอีกด้วย

ตุ๊กได้รับโอกาสดี ๆ มากมาย และได้พบกับกัลยาณมิตรรอบตัว จนทุกวันนี้เราก็ยังมีกลุ่มไลน์ “ศิษย์ครูตั๊ก” ที่ใช้พูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็น ส่งข่าวคราวต่างๆ ทุกครั้งที่มีโอกาสได้พบกันก็ยินดีและอบอุ่นทุกครั้ง

การถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น

การบ่มเพาะในวัยเด็กมีส่วนสำคัญมากต่อพัฒนาการและความสำเร็จในชีวิต จึงไม่แปลกใจที่เห็นลูกศิษย์ครูตั๊กทุกรุ่น เติบโตมาเป็นคนดีของสังคม และประสบความสำเร็จโลดแล่นอยู่ในทุกวงการ เราได้ฝึกทักษะสารพัด ตั้งแต่หัดเล่นกลหลอกเด็ก (หนึ่งในเทคนิคการสอนของครูตั๊กที่พวกเราชอบกันมาก) การฝึกสมอง แยกประสาท มือซ้ายเล่นอย่าง มือขวาเล่นอีกอย่าง รวมถึงการบรรเลงเพลงเดี่ยวด้วยขิมสองตัว การร่วมบรรเลงกันเป็นทีม รู้จักเป็นผู้นำและผู้ตาม การแข่งขันหรือการประกวดที่ต้องรู้แพ้รู้ชนะรู้อภัย การชนะที่หนึ่งไม่สำคัญเท่ากับการที่เราได้แข่งกับตัวเองในการที่จะพัฒนาฝีมือ มีวินัยในตนเองที่จะแบ่งเวลาฝึกซ้อม เพื่อให้เราเก่งขึ้นในทุก ๆ วันโดยไม่ต้องคอยไปแข่งกับใคร

40 ปีที่ผ่านมา ตุ๊กได้เห็นลูกศิษย์ครูตั๊กหลากหลายรุ่น จากเด็กตัวน้อย ๆ กลายเป็นรุ่นพี่ที่เจริญก้าวหน้าในชีวิตในหลากหลายสายอาชีพ แต่ก็ยังแวะเวียนมาเยี่ยมเยือนครูตั๊กกันเรื่อย ๆ เมื่อตุ๊กมีลูกของตัวเองก็ได้ส่งลูก ๆ มาเป็นลูกศิษย์ครูตั๊ก จนวันนี้ลูกก็โตกันหมดแล้ว ครูตั๊กก็ยังมีลูกศิษย์เป็นเด็ก ๆ รุ่นใหม่ต่อเนื่องกันมา ลูกศิษย์หลายคนยังกลับมาช่วยครูตั๊กสอนน้อง ๆ รุ่นใหม่ ๆ อีกด้วย บ้านครูตั๊กหรือชมรมดนตรีไทย มูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) ไม่เคยเงียบเหงา มีเสียงดนตรีแทบทุกวันโดยเฉพาะวันหยุดเสาร์อาทิตย์ มีนักเรียนเก่าใหม่แวะเวียนกันเข้ามา มีครูรุ่นต่อ ๆ มาและรุ่นพี่ ๆ มาช่วยสอนและถ่ายทอด มีคนมาเยี่ยมเยือนอย่างอบอุ่นตลอดหลายทศวรรษ และจะยังคงทำหน้าที่สืบทอดมรดกล้ำค่าต่อไปอีกนานเท่านาน ครูจะอยู่ในความทรงจำของพวกเราตลอดไป




🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤
อาจารย์ชนก สาคริก ผู้เป็นครูอย่างแท้จริง
ขอมอบบทกลอนของอาจารย์เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ แด่ครูตั๊ก ผู้อุทิศตนเป็นครูผู้ให้มาตลอดชีวิต
“ใครคือครู ครูคือใครในวันนี้   ใช่อยู่ที่ปริญญามหาศาล
ใช่อยู่ที่เรียกว่า ครูอาจารย์    ใช่อยู่นานสอนนานในโรงเรียน
ครูคือผู้นำทางความคิด   ให้รู้ถูกรู้ผิด คิดอ่านเขียน
ให้รู้ทุกข์รู้ยากรู้พากเพียร   ให้รู้เปลี่ยนแปลงสู้รู้สร้างงาน
ครูคือผู้ยกระดับวิญญาณมนุษย์   ให้สูงสุดกว่าสัตว์เดรัจฉาน
ครูคือผู้สั่งสมอุดมการณ์   มีดวงมานเพื่อมวลชนใช่ตนเอง
ครูจึงเป็นนักสร้างผู้ยิ่งใหญ่   สร้างคนจริงสร้างคนกล้าสร้างคนเก่ง
สร้างคนให้ได้เป็นตัวของตัวเอง   ขอมอบเพลงนี้มาบูชาครู”
🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤🖤
เชื่อว่าครูได้ไปสู่ภพภูมิที่ดี คอยมองดูความสำเร็จของเหล่าศิษย์จากเบื้องบน ขอบันทึกความทรงจำดีๆ ที่จะคงอยู่ตลอดไป

พรวิภา (ชินะจิตร) ตั้งเจริญมั่นคง (ตุ๊ก)
ลูกศิษย์ (ขิม กู่เจิง) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2528
ผู้ปกครอง นีร – ณิชา ลูกศิษย์ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555
วันที่เขียนบทความ 4 เม.ย. 2569