คำอาลัย:….
ครั้งแรกที่ได้พบครูตั๊กคือการติดตามครูเอ้ (อัษฎาวุธ สาคริก) ในช่วงที่เป็นนักศึกษา ม.มหิดลเข้าไปที่มูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) เพื่อฝึกซ้อมการแสดงในวาระ 120 ปี คุณครูหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) พ.ศ. 2544 หลังจากนั้นผมก็ได้เป็นอาสาสมัครช่วยงานมูลนิธิ ฯ และต่อมาได้รับมอบหมายจากครูเอ้ให้เป็นครูสอนดนตรีไทยของชมรมมูลนิธิ ฯ ตลอดมาจนถึงปัจจุบันนี้ ด้วยเหตุนี้เองผมจึงได้มีโอกาสเรียนรู้ความเป็นครูจากครูตั๊กผ่านสายตาและคำสอนโดยตรงตลอดมา สิ่งที่ผมเรียนกับครูอาจต่างกับศิษย์คนอื่น ผมแทบไม่ได้ต่อเพลงกับครูแต่ที่จำได้แม่นก็คือ 4142 4542 ที่คุณครูกรุณาเริ่มต่อให้ สิ่งที่ครูสอนคือวิธีที่จะฝึกหัดเด็กเริ่มต้นอย่างไรรวมถึงคำสอนต่าง ๆ ของท่านครูหลวงประดิษฐไพเราะที่ครูตั๊กรวบรวมและนำมาถ่ายทอดต่อให้กับผม แบบฝึกที่ครูเขียนโน้ตเอาไว้คุณครูกรุณาอธิบายการอ่านการเขียนโน้ตตัวเลขทางขิมที่ครูพัฒนามาจากโน้ตของท่านครูหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) เมื่อผมอ่านเขียนได้ดีแล้วครูจึงให้โน้ตคัมภีร์ต่าง ๆ นำไปฝึกหัดด้วยตนเอง ผมไม่เคยตีขิมให้ครูฟังเป็นเพลงแบบจริงจังสักครั้งแต่ผมนำเอาวิธีการหัดขิมจากครูไปถ่ายทอดทุกครั้งที่มีโอกาส
เวลาที่มีงานแสดงของชมรมดนตรีมูลนิธิ ฯ ครูตั๊กจะไว้วางใจให้ผมตีกลองอยู่เสมอไม่ว่าจะเป็นเพลงหมู่เพลงเดี่ยวผมก็จะทำหน้าที่อย่างสุดความสามารถคอยประคับประคองให้เพลงดำเนินไปได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด ในกลุ่มเพลงเดี่ยวนั้นก็คงจะมีเพียงเพลงลาวแพนที่ผมได้มีโอกาสเรียนรู้ใกล้ชิดมากที่สุด ในคราวที่พาน้องสาวเข้าไปต่อร้องกับครูจึงได้เรียนรู้ทั้งทางร้องและทางขิมไปด้วย แต่ไม่เคยต่อมือ ส่วนเดี่ยวอื่น ๆ ก็เพียงแต่จดจำลีลาท่วงทำนองไว้เวลาครูต่อให้ลูกศิษย์หรือเวลาที่นักเรียนซ้อมกันเองบ้าง ด้วยความที่ผมได้ทำนองหลักอยู่แล้วเวลาที่ตีกลองประกอบเพลงเดี่ยวจึงมีความเข้าใจมากขึ้นและคิดว่าจะตีกลองแบบใดจึงจะเหมาะสมเข้ากับลีลาของบทเพลง
ผมชอบดูครูตั๊กเล่นมายากลให้เด็ก ๆ ดู เพราะผมเป็นคนชอบมายากลมาตั้งแต่เด็กแล้ว และมายากลนี่เองที่เป็นสะพานเชื่อมความต่างระหว่างวัยได้อย่างดีจากเด็กเล็กที่ยังไม่ค่อยมีสมาธิก็พากันตั้งใจฝึกซ้อมเพราะอยากจะดูมายากลชุดใหม่จากครูอีก ในห้องครูตั๊กนอกจากมีเครื่องดนตรีมากมายแล้วของเล่นก็มากมายไม่แพ้กันเวลาเห็นเด็ก ๆ เล่นกันก็ให้นึกสนุกตามไปด้วยทุกครั้ง ครูชอบทำอาหารตั้งแต่มีรถไฟฟ้าสายสีเขียวเกิดขึ้นครูตั๊กมักจะสะพายเป้ไปสยามเพื่อหาซื้อวัตถุดิบมาปรุงเป็นเมนูต่าง ๆ ผมก็เลยได้รับโอกาสลิ้มลองเมนูแปลกใหม่ไปด้วยเสมอ
ครูตั๊กมิได้เป็นเพียงแค่ครูแต่เปรียบเสมือนญาติผู้ใหญ่ที่ผมให้ความเคารพอย่างยิ่ง ความรู้ความเมตตาที่ครูมีให้ผมผมจะรักษาไว้เป็นแบบอย่างของความเป็นครูสืบไป แม้วันนี้ครูตั๊กได้จากพวกเราไปแล้วตามกฎไตรลักษณ์ แต่คำสอนและวิชาความรู้ต่าง ๆ ที่คุณครูได้ถ่ายทอดนั้นไม่ได้จากไปหากยังคงอยู่กับลูกศิษย์และจะถูกถ่ายทอดต่อไปเรื่อย ๆ จากรุ่นสู่รุ่นต่อไป
ด้วยความระลึกในพระคุณครูตั๊ก
ทศพร ทัศนะ
ลูกศิษย์ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544
วันที่เขียนบทความ 28 เม.ย. 2569
