กราบลาครูตั๊กที่เคารพรักยิ่ง

ครูตั๊กคือผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาดนตรีไทยให้กับเอมาตั้งแต่วัยเยาว์ เอขอกราบขอบพระคุณครูเป็นอย่างสูง ที่ได้อบรมสั่งสอนและเมตตาเอมาโดยตลอด ตั้งแต่ยังเป็นเด็กเล็กจนเติบโตมาจนถึงวันนี้ สิ่งที่เอเป็นอยู่ในวันนี้ ล้วนมีครูเป็นผู้หล่อหลอม ขัดเกลา และวางรากฐานสำคัญให้กับชีวิต

เอเริ่มเรียนดนตรีไทยกับครูตั๊กที่มูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) ตั้งแต่อายุ 8 ขวบ จากความตั้งใจของคุณแม่ที่อยากให้ลูกใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ “ขิม” คือเครื่องดนตรีชิ้นแรกที่เอได้เรียนรู้ ภาพความทรงจำยังคงชัดเจน การนั่งเรียนกันในลานกว้าง ผ่าน “วิชชุบอร์ด” ที่ครูคิดค้นขึ้น เพื่อให้เด็ก ๆ ทุกคนสามารถเรียนรู้และบรรเลงไปพร้อมกันได้ แม้จะเป็นการเรียนในกลุ่มใหญ่

จากการเรียนเพียงครึ่งวันในวันเสาร์ กลายเป็นการใช้เวลาทั้งวันในวันเสาร์และอาทิตย์อยู่ที่นี่ และต่อมาเอได้เริ่มเรียน “กู่เจิง” ในช่วงอายุประมาณ 10-11 ปี ครูสอนให้บรรเลงเพลงไทยด้วยเครื่องดนตรีจีน พร้อมคำสอนที่เอจดจำได้เสมอว่า “เพลงไทยก็คือเพลงไทย ไม่ว่าจะบรรเลงด้วยเครื่องดนตรีชาติใด ก็ยังคงเป็นสำเนียงไทยอยู่ดี”

มูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) เปรียบเสมือนบ้านหลังที่สองของเอ ที่นอกจากจะได้เรียนดนตรีแล้ว ยังเป็นพื้นที่ของความสุขในวัยเด็ก การวิ่งเล่นกับเพื่อน ๆ การนั่งทานขนมร่วมกัน การล้อมวงดูการแสดงมายากลที่ครูนำมาสร้างรอยยิ้มและความประหลาดใจอยู่เสมอ รวมถึงการได้นั่งฟังเรื่องราวจากครู ไม่ว่าจะเป็นคำสอนทางพระพุทธศาสนา หรือประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะช่วงเวลาในอดีตที่ดนตรีไทยเคยถูกห้ามเล่น ซึ่งทำให้เอเห็นถึงคุณค่าและความสำคัญของสิ่งที่เรากำลังเรียนอยู่ เรื่องเล่าของครูทำให้เอรักและภาคภูมิใจในความเป็นไทย และอยากเป็นส่วนหนึ่งในการสืบสานวัฒนธรรมไทยต่อไป

การได้เป็นลูกศิษย์ของครูตั๊ก นับเป็นหนึ่งในความโชคดีที่สุดในชีวิตของเอ เพราะครูไม่เพียงสอนดนตรี แต่ยังสอนให้เอรู้จักคุณธรรม มารยาทในสังคม ความอ่อนน้อมถ่อมตน การไม่หลงตนเอง การมุ่งมั่นพัฒนาตนโดยไม่เปรียบเทียบกับผู้อื่น ความอดทน การมีวินัย การทำงานเป็นทีม และความละเอียดอ่อนทางจิตใจในการถ่ายทอดอารมณ์ผ่านเสียงดนตรี สิ่งเหล่านี้ได้ค่อย ๆ สั่งสมและหล่อหลอมให้เอเป็นเอในทุกวันนี้

ครูตั๊กยังเป็นผู้มอบโอกาสสำคัญในชีวิตให้กับเอหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการได้ร่วมบรรเลงถวายสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี การได้มีโอกาสออกรายการต่างๆ การแสดงดนตรีในงานมากมาย และที่สำคัญที่สุด คือ การได้เป็นส่วนหนึ่งของวงภุมริน ซึ่งล้วนเป็นประสบการณ์อันทรงคุณค่าและน่าภาคภูมิใจอย่างยิ่ง

เอรู้สึกเป็นเกียรติและภูมิใจเสมอที่ได้เป็นลูกศิษย์ของครู แม้วันนี้ครูจะจากไปแล้ว แต่ครูจะยังคงอยู่ในใจของเอเสมอ และตลอดไป

ด้วยความรัก เคารพ และอาลัยอย่างสุดซึ้ง
ฌาริณีย์ เสนาณรงค์ (นามสกุลเดิม จีระพันธุ)
ลูกศิษย์ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2529
วันที่เขียนบทความ 26 เม.ย. 2569