
ข้าพเจ้าได้มีโอกาสพบ ครูชนก สาคริก ในช่วงปลายเดือนธันวาคม ปี พ.ศ. 2566 โดยที่ ณ วันดังกล่าวข้าพเจ้าต้องการที่จะเริ่มเรียนเครื่องมือขิม จึงได้เข้าไปพบท่านที่มูลนิธิฯ และวันนั้นก็ได้เปลี่ยนชีวิตของข้าพเจ้าไปตลอดกาล ครูตั๊กได้ตั้งคำถามกับข้าพเจ้าว่า “คุณจะมาเรียนขิมไปทำไม ทั้งที่สิ่งที่คุณเรียนอยู่ก็ไม่ได้ใช้ความรู้ขิมเลย” แม้จะดูเป็นคำถามที่เรียบง่าย แต่กับทำให้ข้าพเจ้าได้กลับมาตั้งคำถามถึงเหตุผลของการเรียนดนตรี แม้ว่า ณ วันนั้นข้าพเจ้าจะตอบครูไม่ได้ครบถ้วนนัก แต่การได้ใช้เวลาร่วมกันตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 7 มกราคม ปี พ.ศ. 2567 ได้ทำให้ข้าพเจ้าเห็นภาพของคำตอบในวันนั้น ว่าข้าพเจ้าต้องการนำความรู้ของครูไปสร้างประโยชน์แก่ผู้อื่น
ในช่วงเวลาที่ข้าพเจ้าได้เรียนกับครูตั๊ก ครูตั๊กมักเล่าถึงเรื่องราวของการบรรเลงเพลงต่าง ๆ จากลูกศิษย์หลายคน เรื่องราวประสบการณ์ชีวิตที่ครูได้พบเจอ ซึ่งสอดแทรกไปด้วยแง่มุมชีวิตต่าง ๆ ยกตัวอย่างเช่น ครูตั๊กสอนข้าพเจ้าทั้งในเรื่องของการมีน้ำใจเผื่อแผ่ผู้อื่นแทรกกับการสอนตั้งสายขิม ครูสอนถึงการรับรู้ความรู้สึก ประสาทสัมผัสต่าง และจังหวะ ของชีวิตผ่านแนวคิดของบทเพลงที่ครูประพันธ์ และวิธีการสอนของครูก็สะท้อนถึงชีวิตของจิตวิญญาณที่แท้จริงของความเป็นครู ซึ่งสิ่งต่าง ๆ ที่ข้าพเจ้ากล่าวมา ทำให้ตัวข้าพเจ้าเคารพรักครูเป็นอย่างมาก จึงกำหนดเป้าหมายหนึ่งว่า จะตั้งใจที่จะนำความรู้ที่ครูมอบให้ ไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและผู้อื่น
ขอเล่าความประทับใจหนึ่งที่ข้าพเจ้าได้พบ ครั้งหนึ่งที่ข้าพเจ้านั้นเคยท้อกับเพลงมวยเทวดาท่อนที่ 1 ของครู ข้าพเจ้าเคยพูดขึ้นว่า “เหมือนมีกำแพงใหญ่ ๆ กั้นผมเลยครับ” และครูได้พูดขึ้นว่า “งั้นก็ข้ามให้ได้สิ” แม้จะเป็นประโยคสนทนาสั้น ๆ แต่กลับสร้างแรงบันดันดาลใจอันยิ่งใหญ่ให้ข้าพเจ้าฝึกฝน และเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ มากมาย
นอกจากนี้ ครูตั๊กเป็นผู้มีคุณูปการต่อวงการการศึกษาขิมในปัจจุบันมาก นอกจากการที่ครูจะประพันธ์บทเพลงและคิดค้นวิธีการบรรเลงในรูปแบบต่าง ๆ ขึ้นแล้วนั้น ครูยังเผยแพร่สู่สาธารณชน ซึ่งทำให้ผู้คนสามารถนำไปศึกษาและต่อยอดให้เกิดประโยชน์ขึ้นได้ และไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ ข้าพเจ้าเชื่อว่าผู้ที่ศึกษาวิธีการบรรเลงขิมโดยส่วนมากจะต้องรู้จักชื่อของ “ครูชนก สาคริก” อย่างแน่นอน

แม้ในวันนี้ครูจะได้เดินทางไปยังที่ที่ไกลแสนไกล แต่ครูจะอยู่ในใจของพวกเรา และเป็นที่จดจำของโลกใบนี้ตลอดกาล ผ่านความรู้และวิชาการที่ครูประดิษฐ์และคิดค้นขึ้น และปรัชญาการใช้ชีวิตมากมายที่ครูได้ถ่ายทอดแก่ลูกศิษย์อย่างพวกเรา จะรักและคิดถึงครูเสมอนะครับ สัญญาว่าจะนำความรู้ที่ได้จากครูไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อตนเองและผู้อื่นครับ
ด้วยความเคารพและอาลัย
ธนากร เปียขาว
ลูกศิษย์ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2566
วันที่เขียนบทความ 7 เม.ย. 2569
