ขอตอบคำถามคุณครู ชนก สาคริก
อยากจะบอกกับคุณครูว่าเหตุการณ์ที่ทำไมน้ำฝนกลับถึงมาเรียนอีกครั้งกับดนตรีไทย มันมีเหตุการณ์ ณ ห้องชมรมดนตรีไทยธนาคารออมสินวันนั้นมีการฝึกซ้อมเพื่อแสดงงานออมสิน งานวันสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้าของเสด็จพ่อรัชกาลที่ 6 ออกงานวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 น้ำฝนก็มาช่วยฝึกซ้อมและก็ร่วมเล่นด้วย
หลังจากเรียนจบปริญญาตรีก็คือจะคิดเรียนต่อโทอยู่แล้ว แต่ทางมหาวิทยาลัยเสนอให้ไปเรียนทุนต่อปริญญาโทอีกใบหนึ่ง ควบคู่กันที่ฝรั่งเศสแต่ตอนนั้นเป็นช่วงโควิดครอบครัวคิดเยอะมาก ได้ทุน เธอสนใจอยู่
ปกติได้ทุนเรียนดีมาตั้งแต่ประถมถึงจบปริญญาโท
วันนั้น คุณครูซ้อมเสร็จ แต่ว่าคุณครูจะพูดคำนี้เสมอที่เห็นหน้าน้ำฝน “เจอกันเมื่อชาติต้องการ”
แล้วครูถามต่อก่อนจะกลับว่า “ใครมีอะไรถามผมไหม” แม่อย่างเรา รีบถามว่า ”คุณครูคะน้ำฝนจะไปเรียนต่อต่างประเทศเป็นยังไงบ้างคะ ดีป่าวคะ” คุณครูตอบว่า
1.ลำบากกว่าเมืองไทยนะ
2.ถึงมีทุนให้ไป คุณต้องมีค่าใช้จ่ายรองรับ เพราะว่ามันเป็นอะไรที่เราคาดหวังอะไรไม่ได้
นิสัยน้ำฝนเอง ไม่ชอบให้แม่เสียตังค์กับอะไรที่ฟุ่มเฟือยและเขาสามารถทำเองได้ แม่ไม่ต้องเสียตังค์
น้ำฝนคงหูไม่ดับ เหมือนทุกครั้ง ได้ยินด้วยค่ะ ก็เลยไม่อยากให้แม่เสียตังค์เพราะว่าปกติน้ำฝนเป็นคนที่ไม่ยอมให้แม่เสียตังค์โดยเปล่าประโยชน์ก็เลยกลับมาทบทวนและบวกกับช่วงนั้นน่ะครอบครัวเราก็ไปทำสวนที่ปากช่อง มีผลไม้ที่ติดสวนอร่อยมากคือน้อยหน่า ก็เลยบอกว่าโอเค เดี๋ยวแม่จะเอาน้อยหน่าไปฝากคุณครูเป้า และนัดครูเป้าเพื่อเอาของไปให้ ช่วงนั้นที่นั่งรถไปด้วยกันก็เลยคุยกัน พอนัดครูเป้าเรียบร้อยแล้วก็จะเป็นช่วงเวลานั่งรถ เป็นเวลาที่เราได้คุยกันก่อนที่น้องฝนจะตัดสินใจเรียนก็คือเรื่องที่คุณครูเคยขอให้น้ำฝนเป็นครูสอนดนตรีไทยถึง 3 ครั้ง เพราะน้ำฝนมีคุณสมบัติความเป็นครูครบ 5 ข้อ เน้น ๆ ก็คือพรหมวิหาร 4 แต่อีกข้อนึงจำไม่ได้เพราะว่าเราก็ลืมว่าเลยอะไร
ตอนนี้อายุเยอะจำไม่ค่อยได้ แต่คำหนึ่งที่คุณครูถามว่า “คุณเลี้ยงลูกคุณยังไง” เอกลักษณ์เฉพาะของ ลูก 2 คน ในสายตาคุณครู ชนก สาคริก ในวัยเด็ก คือ น้ำฝน ผมต้องฉุดเขาไว้ น้ำทิพย์ ผมต้องดึงออกจากกระดอง เขาเรียนหรือไม่เรียนช่างเขา
มาต่อกันคะ แม่คุยกับน้ำฝนว่าก่อนที่ลูกจะไปเรียนต่อต่างประเทศ ลูกก็เอาดนตรีไทยไปสักอย่างไหม เอาติดไปเบาๆ พกได้ ก็เลยคิดไปหาคุณครูอยู่ แต่ช่วงโควิด ห่วงสุขภาพคุณครูด้วย แต่ท่านเมตตาให้น้ำฝนได้มีโอกาสไปเรียนก็ถือว่าโชคดีที่สุดแล้วค่ะ ประจวบเหมาะกับน้ำฝนน่ะฝันว่าคุณครูตั๊กมาบอกว่าให้มาช่วยครูเรือพาย ก็เลยสมัครเลย จำได้ว่ามันเป็นวันที่ต้นเดือนของเดือนพฤศจิกายนของปี 64 น้ำฝนขอสมัครเลยเขาบอกว่า “ถ้าลูกไปสมัครวันนี้ลูกก็ไม่มีโอกาสกลับมาสมัครอีกแล้วล่ะค่ะ” เพราะว่ามันเป็นช่วงที่โควิดพอดี วันนั้นเราไม่เจอคุณครูนะคะ ขออนุญาตคุณครูเป้าแล้วคุณเป้าประสานงานให้น้ำฝนได้ไปเรียนกับคุณครูในช่วงโควิดก็เลยเป็นช่วงที่จังหวะเหมาะจนเป็นทุกวันนี้ค่ะ โชคชะตากำหนดเอาไว้แล้ว ตามที่คุณครูเคยอบรมสั่งสอนลูกศิษย์ไว้ แล้วก็เชื่อมั่นว่าน้ำฝนคงสืบทอดเจตนารมณ์ของคุณครูไปตลอดและตลอดไปอย่างมีความสุขในการอยู่ในวงการดนตรีไทยควบคู่กับงานประจำและแม่ขออวยพรให้ลูกทำงานอย่างไม่ให้ส่งผลเสียทั้ง 2 ด้านมีความสุขในการทำงานมีความสุขในการเรียนสอนสืบทอดดนตรีมีความสุข ด้วยการแบ่งปันให้กับผู้อื่นตามที่คุณครูสอนไว้ อะไรที่ทำแล้วไม่ผิดศีลธรรม ไม่ผิดกฎหมายและไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน และขอให้ลูกมีความสุขในการทำงาน ไม่ต้องห่วงครอบครัว เดี๋ยวแม่มีวิธีจัดการเองจ้า
คำหล้า พุฒซ้อน
ผู้ปกครองน้ำทิพย์และน้ำฝน
วันที่เขียนบทความ 28 พ.ค. 2569
