ณ วันที่ครูชิ้น (คุณหญิงชิ้น ศิลปบรรเลง) ได้พาพวกเรา 8 คน (เด็กศรีอยุธยา) มาฝากตัวเป็นลูกศิษย์ครูตั๊ก ด้วยความชื่นชอบดนตรีไทยเรามาซ้อมรวมวงที่ร้านโชติรส หรือ มูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง)  ที่ตั้งอยู่ที่บ้านสาคริก ตั้งแต่เช้าจรดเย็นทุกเสาร์-อาทิตย์โดยไม่ทราบเลยว่าครูตั๊กไม่สบายปวดหลัง
        เราสีซออู้ไม่เป็นเสียง (เสียงเพี้ยน) ครูตั๊กก็หาวิธีสอนแบบฝึกให้ตรงเสียง พร้อมทั้งสอนตีขิมด้วย เริ่มฝึกตีเก็บ ตีสะบัด ตีกลับหัว เพื่อพาไปฝึกสอนที่โรงเรียนราชินีบน (บางกระบือ) (ตีเก็บ ไล่สเกลเสียงลาว ตีสะบัด แล้วฝึกเพลงทางกรอเพื่อไปฝึกสอนตามลำดับ) นอกจากได้เล่นเครื่องดนตรีไทยหลากหลาย (ซอด้วง ซออู้ จะเข้ ขลุ่ย ขิม ฉิ่งโทน-รำมะนา) ครูตั๊กยังสอนภาษาอังกฤษด้วย ได้เล่นเทนนิสในจอคอมพิวเตอร์ระบบปฏิบัติการ DOS  (คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล) ได้เล่นปิงปอง ได้เล่นสนุกเกอร์ (เข้าใจหลักฟิสิกส์ ) ได้ทานอาหารในร้านโชติรส อาหารฝีมือครูตั๊ก เครื่องดื่มรสชาติแปลกอร่อยโดยครูตั๊กเป็นบาริสต้า ได้เล่นเกมส์ ได้ปาเป้าชิงรางวัลในงานปีใหม่ ในระหว่างเรียนและสอนดนตรีไทยครูตั๊กชื่นชอบการเล่นกล หาเครื่องเล่นกลแปลก ๆ มาเล่นให้ดูและให้ลองฝึกเล่น 
        ครูตั๊กเห็นว่าการให้ความรู้อบรมสั่งสอน เรื่องกาลเทศะ การทำเรื่องที่ถูกที่ควร เรื่องคุณธรรมจริยธรรมเป็นเรื่องสำคัญแม้จะต้องใช้เวลา ครูตั๊กไม่ยอมปล่อยปละละเลย (จะมีช่วงเวลาดังกล่าวสม่ำเสมอ) ครูตั๊ก มักจะเล่าเรื่องของท่านครูหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) ซึ่งเป็นต้นแบบของนักดนตรีไทยที่มีฝีมือ เป็นนักประพันธ์เพลง  และครูที่มีคุณสมบัติครบถ้วนอยู่ในบุคคลเดียว ประกอบการเรียนการสอนดนตรีไทยตลอดเวลา ครูตั๊กมีวินัยและสัจจะ ครูตื่นมาเช้ามืด (ครูเล่าให้ฟัง) เพื่ออ่านหนังสือพระอานนท์ พุทธอนุชา ใส่ตลับเทป (มีเสียงซีต้าร์เครื่องดนตรีอินเดียประกอบ) ทุกเช้าและแจกจ่ายให้ลูกศิษย์ ผู้ปกครอง รวมทั้งผู้สนใจคัดลอกไปฟัง ครูตั๊กบอกว่าการให้ทานที่ยิ่งใหญ่และประเสริฐสุดในทางพุทธศาสนาคือ ธรรมทาน (ตอนนั้นครูตั๊กไม่สบายปวดหลัง)
        ครูตั๊กเขียนหนังสืออุปมาอุปไมยในธรรมะประกอบภาพ (ซึ่งครูตั๊กเลือกให้เห็นจริง) ครูตั๊กเขียนแบบฝึกตีขิมด้วยตนเองใช้ภาษาเขียนที่ผู้อ่านเข้าใจโดยละเอียด  มีโน้ตขิมให้ฝึกทางเก็บ ทางกรอ เป็นเล่ม มีนักเรียนนำไปฝึกรวมทั้งที่นำไปฝึกที่ต่างแดนแล้วกลับมาบรรเลงให้ครูตั๊กฟังก็บรรเลงได้ดีสมใจ ครูตั๊กเป็นนักประดิษฐ์คิดค้นและมีฝีมือรวมทั้งประพันธ์เพลงใหม่ เช่น คิดประดิษฐ์วิชชุบอร์ดมาใช้เพื่อสอนตีขิมเป็นกลุ่ม (มีผู้สนใจมาเรียนมากมายจนต้องสอนเป็นกลุ่ม) คัมภีร์ฝึกตีขิมทั้งเป็นรูปเล่มและบนจอคอมพิวเตอร์ (รูปต่างๆครูตั๊กเขียนขึ้นเองวาดขึ้นเอง) ด้วยความชื่นชอบในเสียงพิณจีน (กู่เจิง)  ครูตั๊กทดลองเอาต้นกล้วยมาจำลองประดิษฐ์และให้ช่างไม้ทำให้ตามแบบจำลองที่ครูได้ทำไว้ นำมาฝึกซ้อมและหาวิธีเล่นเพลงไทย จนในที่สุดได้ทราบว่าเครื่องดนตรีชนิดนี้มีขายที่เยาวราชจึงได้ไปซื้อและนำมาฝึกซ้อมเล่นเพลงไทย จนเป็นวงพิณจีนอัดเป็นอัลบั้มรูปแบบเทปคาสเซ็ท  ชื่อวงภุมริน (ปี พ.ศ. 2520)  และบรรเลงครั้งแรกทางโทรทัศน์วันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2522 ผู้เล่นประกอบไปด้วย ธัญญารัตน์ สาคริก อภิญญา เฟื่องฟูสกุล สมศรี บรรยายกิจ สุธีร์ จันทร์ไทย ในวาระครบ 100 ปีเกิด หลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง)  ครูตั๊กเป็นผู้ฝึกซ้อมและควบคุมวงกู่เจิง (เพลงลาวเสี่ยงเทียน เถา) ขิมหมู่ (เพลงลาวแพน) ในงานมหกรรมดนตรีศรีศตวรรษ มหาดุริยางค์งานเพลงหลวงประดิษฐไพเราะ ( ศร ศิลปบรรเลง ) 7 - 9  สิงหาคม พ.ศ. 2524 ทั้งยังบรรเลงขิมด้วยฝีมือครูตั๊กเอง อัดเทป “แว่วเสียงขิม” เพื่อจำหน่ายในงาน (บริจาคเป็นทุนในงานนี้) ผลงานของครูตั๊กที่ใช้เวลาทั้งชีวิตมีมากมาย ทั้งงานสอน การจัดการแสดง การทำสื่อออนไลน์ การแต่งเพลงเพื่อเผยแพร่ให้ดนตรีไทยคงอยู่ชั่วลูกชั่วหลาน  เช่น จัดการแสดงวงเครื่องสายผสมจะเข้จีน เพลงญี่ปุ่นรัญจวน เถา งานเชิดชูนักแต่งเพลงไทย วันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2527 ประดิษฐ์นวัตกรรมใหม่เพื่อใช้สอนการบรรเลงขิมด้วยกราฟิกคอมพิวเตอร์ (พ.ศ. 2531) ชนก สาคริก และกิติยศ สาคริก (นำเอาเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการเรียนการสอนดนตรีไทย ซึ่งเป็นการสร้างสรรค์ที่แปลกใหม่และยังไม่มีผู้ใดทำมาก่อน เผยแพร่ไปได้ไกลทั่วโลก จัดการแสดงวงเครื่องสายผสมพิณพม่า งานพระราชทานเพลิงศพ คุณหญิงชิ้น ศิลปบรรเลง วันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2534 คิดค้นซอฟต์แวร์ประดิษฐไพเราะ (พ.ศ. 2539) ชนก สาคริก / กิติยศ สาคริก และสิทธิศักดิ์ เสกอมรเลิศสกุล เป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ซึ่งสามารถแสดงภาพตัวโน้ตดนตรีไทยพร้อมทั้งเสียงดนตรีให้ปรากฏบนจอภาพคอมพิวเตอร์ได้อย่างสมจริง สร้างเว็บไซต์ไทยคิดส์  (www.thaikids.com) พ.ศ. 2541 สร้างซอฟต์แวร์ฝึกตีขิม ระบบโปรแกรมวินโดวส์ (พิณผีเสื้อ) แสดงภาพขิม เสียงขิม และตำแหน่งการตีสายขิม ให้ปรากฏพร้อมกันบนจอภาพได้อย่างสมจริง  ได้รางวัลที่ 1 ด้านสาขาปรัชญาจากสภาวิจัยแห่งชาติในการประกวดสิ่งประดิษฐ์ปี พ.ศ. 2540 ประดิษฐ์เครื่องคุมจังหวะไทย บรรเลงเสียงฉิ่งและกลอง (พ.ศ.2543) ได้อย่างสมจริง สามารถใช้เป็นเครื่องพูดขยายเสียงได้  เผยแพร่ดนตรีไทยในรายการ “บัญชรดนตรี” วันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2544 ออกอากาศครั้งแรกทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ จัดทำ  E - Book สำหรับสอนดนตรีไทย  เทคนิคการตีขิม 25 แบบ (ครอบคลุมทั้งหมด) ใช้สอนเผยแพร่ในระบบอินเตอร์เน็ต ร่วมกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ  ประดิษฐ์ “ขิมหลอด” legacy.orst.go.th  สร้างห้องสมุดดนตรีไทยส่วนตัว @KruTuckShop  มนต์เนรมิตดนตรีไทย เพลงที่ครูตั๊กแต่ง เพื่อให้เห็นความแตกต่างของสำเนียงภาษา  และสอนหลักการแต่งเพลงไทย ได้แก่ เพลงจีนชมเดือน เพลงลาวน่านเจ้า เถา เพลงญี่ปุ่นรัญจวน เพลงญวนรำพึง เพลงห่วงอาวรณ์ 3 ชั้น เพลงบุษบากำสรวล เพลงสายหมอกดอกเหมย
 

เกียรติคุณ
        ครูตั๊ก ได้รับโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งเป็นราชบัณฑิตประเภทวิชาวิจิตรศิลป์ สาขาวิชาดุริยางคกรรม สำนักศิลปกรรม ราชบัณฑิตยสภา เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2558 โดยเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรีไทย และมีบทบาทสำคัญในการจัดทำสารานุกรมศัพท์ดนตรีไทย
        รับพระราชทานเข็ม “ผู้อนุรักษ์มรดกไทยดีเด่น” จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี
        โล่เกียรติคุณ ภูมิปัญญาไทยดีเด่น จากเขตพญาไท กรุงเทพมหานคร
        ได้รับถ้วยรางวัล “เพชรสยาม” จากมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ในฐานะครูดนตรีไทยดีเด่น 
        และที่สำคัญ เป็นผู้ก่อตั้ง ชมรมดนตรีไทยมูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะ ฯ

        ดำเนินการเรียนการสอน จัดกิจกรรมต่าง ๆ จนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต ยังมีเรื่องของครูตั๊ก ที่อยู่ในความทรงจำ  และผลงานของครูอีกมากมายเหลือคณานับ ทั้งจริยวัตรอันงดงาม ความอดทน การทำงานหนัก เสียสละ และคุณธรรมจริยธรรมตามหลักพระพุทธศาสนา  เป็นต้นแบบและแบบอย่างที่หาได้ยากยิ่ง ในการอุทิศตนของครูตั๊ก
ความทรงจำที่ไม่มีวันเลือน

สุธีร์ จันทร์ไทย
ลูกศิษย์ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2520 
วันที่เขียนบทความที่ 18 พ.ค. 2569