บางคนทำให้ผู้คนจดจำได้อย่างลึกซึ้งโดยไม่ต้องใช้ถ้อยคำมาก เช่นเดียวกับดนตรีที่สื่อสารได้ด้วยตัวเอง 

โดย อรกานดา อรรถวิภัชน์ (ออน)

 

คุณแม่ เพียงเพ็ญ พานิชพัฒน์ และน้าตั๊ก ชนก สาคริก ที่หน้าเรือนบรรเลง

 

        ในฐานะหลานสาว น้าตั๊กไม่ได้เป็นเพียงผู้ใหญ่ในครอบครัวที่รักและชื่นชอบศาสตร์ของอาหารเช่นเดียวกันกับออน แต่เป็นครูผู้ยิ่งใหญ่ เป็นนักดนตรีที่หาได้ยาก และเป็นบุคคลที่มีความเมตตาและหัวใจที่งดงาม

        น้าตั๊กเป็นน้องชายที่รักของคุณแม่ ซึ่งเกิดมาพร้อมกับสายเลือดดนตรีที่หยั่งรากลึก แต่สิ่งที่ทำให้ท่านพิเศษกว่านักดนตรีหลายคน คือท่านไม่เพียงแค่บรรเลง ท่านฟัง สังเกต ตั้งคำถาม นำทุกอย่างมาผสมผสานกับความเข้าใจในชีวิต เป็นนักประดิษฐ์ที่สามารถถ่ายทอดเรื่องราวต่าง ๆ ได้อย่างเรียบง่าย สวยงาม ลึกซึ้งกว่าโน้ตเพลงใด ๆ

        สำหรับออน เสียงขิมในมือของน้าตั๊กไม่ได้เป็นเพียงเสียงเพลง มันคือภาษาที่สื่อตรงเข้าหัวใจ โดยไม่ต้องแปลความ ขิมเป็นเพียงหนึ่งในหลาย ๆ เครื่องดนตรีที่ท่านเชี่ยวชาญ เพราะน้าตั๊กเชื่อว่าดนตรีไม่มีพรมแดน มีแต่ความลึกที่รอให้ค้นพบ ในวัยเด็กช่วงนั่งในรถ คุณแม่มักจะเปิดผลงานเพลงขิมของน้าตั๊ก มันทำให้การเดินทางไม่เคยรู้สึกว่านาน 

        สิ่งที่ออนประทับใจมากที่สุดในตัวน้าตั๊ก คือความสามารถในการเชื่อมต่อกับลูกศิษย์ทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นเด็กที่เพิ่งจับไม้ตีขิมครั้งแรก หรือผู้ใหญ่ที่กลับมาเรียนดนตรีอีกครั้งในวัยกลางคน ท่านมองเห็นศักยภาพในทุกคน และท่านรู้ว่าดนตรีไม่ใช่เรื่องของพรสวรรค์เพียงอย่างเดียว มันเป็นเรื่องของความอดทน ความตั้งใจ ความรักและเมตตา

        ในยุคที่ทุกอย่างรวดเร็ว น้าตั๊กยังคงเชื่อในสิ่งที่ช้าในการฝึกฝนดนตรีด้วยความอุตสาหะ ผสมผสานเข้ากับความรวดเร็วของเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย สรรค์สร้างและส่งต่อสิ่งที่มีคุณค่าจากรุ่นสู่รุ่น เป็นความยิ่งใหญ่แบบที่ไม่ต้องร้องป่าว แต่ผู้ที่เคยเรียนกับท่านทุกคนรู้สึกได้

        กราบขอบพระคุณสำหรับความเมตตาที่มีต่อหลาน สำหรับทุกเสียงที่ท่านสร้าง ทุกบทเรียนและนวัตกรรมทางดนตรีที่ท่านส่งต่อ เสียงขิมและผลงานดนตรีของน้าตั๊กจะไม่มีวันหาย มันดังอยู่ในหัวใจของลูกศิษย์นับไม่ถ้วน และในหัวใจของหลานสาวคนนี้

หลานออน

อรกานดา อรรถวิภัชน์

วันที่เขียนบทความ 8 มิ.ย. 2569