เทคนิคการสอนดนตรีสมัยใหม่
บรรยายโดย อาจารย์ชนก สาคริก
ปัจจุบันเราอยู่ในยุคโลกาภิวัตน์ซึ่งเป็นยุคของการเชื่อมต่อสังคมโลกเข้าประสานกันด้วยข่าวสารและเทคโนโลยีใหม่ ๆ มากมาย ดังนั้นรูปแบบของจารีตประเพณีและวัฒนธรรมของแต่ละชาติจึงผสมปนเปกันหลากหลายจนแยกไม่ออก อุปมาเหมือนน้ำที่ไหลบ่าท่วมเข้ามาในบ้านเมืองเราจนเต็มไปหมด ผมจึงมีความเห็นว่าหากวัฒนธรรมไทยทำตนเป็นเสมือน “น้ำมัน” ซึ่ง
ไม่ยอมผสมเข้ากับน้ำแล้ว ปริมาณน้ำซึ่งมีมากกว่าคงพัดเอาน้ำมันหายสาบสูญไปจนหมดสิ้น แต่ในทางตรงกันข้ามหากวัฒนธรรมไทยทำตนให้เหมือนกับ “เกลือ” ซึ่งสามารถละลายผสมอยู่กับน้ำ โดยยังสามารถรักษาความเค็มอยู่ได้เหมือนเดิมแล้ว วัฒนธรรมไทยน่าจะสามารถดำรงคงอยู่ต่อไปได้
การรับเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาใช้เป็นสื่อในการเรียนการสอนดนตรีไทย เปรียบเสมือนเม็ดเกลือที่ยอมละลายตัวเองลงเป็นน้ำเกลือ คือยอมรับเอาแนวคิดหรือเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่เป็นประโยชน์เข้ามาใช้ในการเรียนการสอนเพื่อให้สามารถเผยแพร่ดนตรีไทยออกไป
ในวงกว้าง แต่ในเวลาเดียวกันยังคงรักษาอรรถรสหรือความเป็นดนตรีไทยดั้งเดิมเอาไว้ได้เช่นเดียวกับเกลือที่รักษาความเค็ม และด้วยแนวคิดเชิงยุทธศาสตร์ใหม่นี้ ผมจึงได้คิดค้นและประยุกต์ดัดแปลงเทคโนโลยีใหม่ ๆ
เพื่อนำมาใช้ในการเรียนการสอนดนตรีไทยจนเป็นผลสำเร็จดีหลายประการดังนี้
1. ซอฟต์แวร์ “ประดิษฐไพเราะ”
เป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ซึ่งสามารถแสดงภาพตัวโน้ตดนตรีไทยพร้อมทั้งเสียงดนตรีให้ปรากฏบนจอภาพคอมพิวเตอร์ได้อย่างสมจริง นอกจากแสดงภาพตัวโน้ตและเสียงดนตรีแล้วยังมีความสามารถอีกหลายอย่างดังต่อไปนี
ศักยภาพของซอฟต์แวร์ “ประดิษฐไพเราะ”
- ผู้ใช้สามารถเลือกฟังเสียง “ฉิ่ง” ในอัตรา 3 ชั้น 2 ชั้น และ ชั้นเดียวได้
- เลือกกำหนดความเร็วในการบรรเลงได้
- สามารถแสดงตัวโน้ตได้ทั้งระบบ “โน้ตตัวเลข” และ “โน้ตตัวอักษร”
- มีคำสั่งให้สามารถเลือกดูตัวโน้ตย้อนไปมาในบรรทัดใดก็ได้
- สามารถพิมพ์โน้ตและบันทึกลงไปบนแผ่นดิสก์หรือฮาร์ดดิสก์ และเรียกกลับมาแก้ไขใหม่ได้
- มีคำสั่งให้เลือกปรับระดับความถี่ของเสียงดนตรีได้ทุกตัวโน้ต
- สามารถพิมพ์โน้ตออกมาบนแผ่นกระดาษได้
2. ซอฟต์แวร์ฝึกตีขิมด้วยระบบปฏิบัติการวินโดวส์ (พิณผีเสื้อ)
เเป็นโปรแกรมกราฟิกคอมพิวเตอร์ซึ่งสามารถแสดงภาพขิม เสียงขิม และตำแหน่งการตีสายขิมให้ปรากฏบนจอภาพได้อย่างสมจริงและสามารถแสดงวิธีการบรรเลงขิมได้ครอบคลุมไปถึงระดับเพลงเดี่ยว โปรแกรมนี้ได้รับรางวัลที่ 1 ทางด้านสาขาปรัชญาจากสภาวิจัยแห่งชาติในการประกวดสิ่งประดิษฐ์ ปี พ.ศ. 2540 ศักยภาพอื่น ๆ ของโปรแกรมมีดังนี้
- ผู้ใช้สามารถบันทึกทำนองและวิธีการบรรเลงขิมได้ด้วยตนเอง เพียงใช้เมาส์ระบุตำแหน่งมือและสายขิมที่ต้องการจะตี (ดูจากภาพจำลองของสายขิมที่อยู่ในโปรแกรม)
- สามารถกำหนดความเร็วในการบรรเลงได้ตามต้องการ
- มีคำสั่งให้เลือกปรับเปลี่ยนระดับความถี่ของเสียงดนตรีได้ทุกตัวโน้ตแล้วบันทึกเก็บไว้เรียกใช้ภายหลังได้
- มี Help Menu (คู่มือภาษาไทย) ให้ศึกษาวิธีการใช้โปรแกรมได้ด้วยตนเอง
- มีคำสั่งให้คัดลอกตัวโน้ตเพลงที่บรรเลง ออกไปพิมพ์เป็นรูปแบบของตัวโน้ตบนกระดาษได้ มีเพลงขิมให้สามารถเลือกฟังได้ทันที มากกว่า 30 เพลง
- สามารถแต่งเพลงเพิ่มเติม และแก้ไขทำนองเพลงได้ไม่จำกัด
3. ซอฟต์แวร์ฝึกตีระนาดเอกด้วยระบบปฏิบัติการวินโดวส์
เป็นโปรแกรมกราฟิกคอมพิวเตอร์ซึ่งสามารถแสดงภาพการตีระนาดเอกเสียงระนาด และตำแหน่งการตีลูกระนาดให้ปรากฏบนจอภาพได้อย่างสมจริง และสามารถแสดงวิธีการบรรเลงได้ครอบคลุมไปถึงระดับเพลงเดี่ยว ทั้งยังมีศักยภาพในการใช้คำสั่งอื่น ๆ เช่นเดียวกับโปรแกรมพิณผีเสื้อทุกอย่าง
4. เครื่องจังหวะไทย
เป็นเครื่องอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ซึ่งสามารถบรรเลงเสียงฉิ่งและกลองได้อย่างสมจริง โดยสามารถบรรเลงหน้าทับเพลงไทยได้หลายสิบรูปแบบด้วยกัน ทั้งยังสามารถกำหนดความเร็ว-ช้า ความดังความเบาของเสียงกลองและฉิ่งได้ตามใจชอบ นอกจากนั้นยังสามารถใช้เป็นเครื่องพูดขยายเสียงได้อีกด้วย เครื่องจังหวะไทยนี้มีรูปร่างกะทัดรัดและมีน้ำหนักเบาสามารถหิ้วยกไปมา
ได้สะดวก
5. การสอนดนตรีไทยด้วยระบบกราฟิกคอมพิวเตอร์
คือ การสร้างภาพกราฟิกคอมพิวเตอร์เพื่ออธิบายบทเรียนให้เข้าใจได้ชัดเจนขึ้น
6. อุปกรณ์วิชชุบอร์ด
การสอนดนตรีประเภท “เครื่องตี” เช่น ระนาด หรือ ขิม มีความแตกต่างไปจากเครื่องดนตรีประเภทอื่น ๆ คือผู้ที่บรรเลงเครื่องดนตรีประเภทเครื่องตี จำเป็นต้องใช้สายตาในการสังเกตจดจำตำแหน่งการตีและความเคลื่อนไหวของมือจึงจะสามารถบรรเลงได้ดี สำหรับเครื่องดนตรีประเภท เครื่องดีด เครื่องสี หรือเครื่องเป่า ผู้บรรเลงไม่จำเป็นต้องมองดูปลายนิ้วในขณะที่บรรเลงเพราะสามารถเคลื่อนไหวปลายนิ้วไปยังตำแหน่งเสียงต่าง ๆ ได้คล่องกว่า ดังนั้นจึงสามารถใช้สายตามองดูตัวโน้ตแล้วบรรเลงไปพร้อม ๆ กันได้
การใช้โน้ตสอนผู้ที่เรียนเครื่องดนตรีประเภทเครื่องดีด เครื่องสี และเครื่องเป่า จึงสะดวกง่ายดายกว่า สำหรับเครื่องตีนั้นหากดูโน้ตไปตีไปจะไม่สะดวกนัก จึงนิยมสอนกันด้วยวิธีต่อเพลงไปทีละประโยค แต่การทำเช่นนี้เสียเวลามากเพราะต้องสอนกันทีละคนแบบตัวต่อตัว เช่นถ้าเราจะสอนนักเรียนตีขิมจำนวน 20 คน พร้อม ๆ กัน ด้วยวิธีต่อเพลงทีละคนครูจะเหนื่อยมาก และนักเรียนแต่ละคนก็คงต้องรอนานมาก ครั้นจะสอนด้วยโน้ตก็ไม่ค่อยสะดวกดังที่ได้กล่าวไปแล้ว ผมจึงได้คิดอุปกรณ์ช่วยสอนขึ้นมาใหม่เรียกว่า “วิชชุบอร์ด” คือกล่องซึ่งฝังหลอดไฟเล็ก ๆ เอาไว้ตามตำแหน่งเสียงขิม โดยมีปุ่มบังคับการเปิดปิดชนิด “กดติดปล่อยดับ” เรียงกำกับไว้สำหรับใช้มือกดให้สะดวกเมื่อครูต้องการให้นักเรียนตีสายขิมตำแหน่งใดก็กดไฟตำแหน่งนั้น ด้วยวิธีนี้ผู้เรียนจำนวนมากก็จะสามารถมองดูและตีตามไปได้พร้อมกันอย่างถูกต้อง
7.การสร้างเว็บไซต์ดนตรีไทย Thaikids.com
ปัจจุบัน Internet เป็นระบบข้อมูลข่าวสารซึ่งสามารถเชื่อมโยงการเรียนรู้ให้แก่กันได้อย่างไม่จำกัด ดังนั้นผมจึงจัดตั้ง Web Page ชื่อ thaikids.com ขึ้นในปี พ.ศ. 2538 เพื่อนำเอาข้อมูลการเรียนรู้ที่เกี่ยวกับดนตรีไทย ไปลงไว้สำหรับให้ผู้ที่สนใจนำไปศึกษาหาความรู้ด้วยตนเอง เว็บไซต์นี้เป็นแหล่งบริการความรู้ทางด้านดนตรีไทยหลากหลายรูปแบบ อาทิเช่น ซอฟต์แวร์ดนตรีไทย บทความทางวิชาการ เว็บบอร์ดสำหรับสนทนาแลกเปลี่ยนความรู้กันระหว่างผู้รักดนตรีไทย ฯลฯ โดยผู้สนใจสามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซต์ www.thaikids.com
จัดทำร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ
ปัจจุบันผมได้จัดตั้ง Web Site บนอินเทอร์เน็ต เพื่อเผยแพร่ดนตรีไทยไว้อีกหลายแห่งดังนี้
1) www.chanoktuck.com* เป็นห้องสมุดของชมรมดนตรีไทยมูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) มีข้อมูลให้ศึกษาเกี่ยวกับดนตรีไทยมากมาย
2) แหล่งรวบรวมวิดีโอคลิปสาธิตการบรรเลงดนตรีไทยหลากหลายรูปแบบ จำนวนเกือบ 500 คลิป ผู้สนใจสามารถพิมพ์ค้นหาใน YouTube ได้ด้วยคำว่า krutuckshop (พิมพ์ติดกัน)
3) พิมพ์ค้นหาคำว่า www.thaikids.com** แล้วเลือกคำว่า คุยทางไกลกับไทยคิดส์-เวทีดนตรีไทย จะพบ Web Board ซึ่งมีข้อเขียนและสาระน่ารู้เกี่ยวกับดนตรีไทยมากกว่าหนึ่งหมื่นกระทู้ให้อ่าน
* ปัจจุบัน (ปี พ.ศ. 2569) เว็บไซต์ www.chanoktuck.com ไม่สามารถให้บริการสืบค้นได้อีกต่อไป โดยปิดตัวอย่างถาวรไปเมื่อปี พ.ศ. 2560
** ปัจจุบัน (ปี พ.ศ. 2569) เว็บไซต์ www.thaikids.com ไม่สามารถให้บริการสืบค้นได้อีกต่อไป โดยปิดตัวอย่างถาวรไปเมื่อปี พ.ศ. 2563
