ย้อนกลับไปราว 11 ปีที่แล้ว “สายรุ้ง” มีความตั้งใจที่จะเรียนขิมอย่างจริงจัง แต่หนทางกลับไม่ง่ายอย่างที่คิด แม้จะได้ยินชื่อเสียงว่าหากอยากเก่งขิมต้องมาเรียนกับ “ครูตั๊ก” แต่พวกเรากลับใช้เวลาเกือบ 2 ปีก็ยังหาครูตั๊กไม่เจอจนเกือบจะถอดใจ จนกระทั่งวันหนึ่ง วันที่สายรุ้งได้มาร่วมถวายมือในพิธีไหว้ครูปี 2560 ที่มูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง)... วันที่ไม่ได้คาดหวังคือวันที่ทุกอย่างถูกจัดสรรไว้อย่างน่าอัศจรรย์ สายรุ้งได้พบกับครูตั๊กในที่สุด ซึ่งทำให้เราเชื่อมั่นว่า “โลกนี้ไม่มีเรื่องบังเอิญ”

ในวันแรกที่ได้สัมภาษณ์ ครูตั๊กตั้งคำถามที่ทำให้เราทั้งครอบครัวแปลกใจว่า “จะมาเรียนเพราะอยากเก่ง หรือเรียนเพราะอยากเป็นครู?” ตอนนั้นสายรุ้งยังเด็กแค่ 12 ขวบ ถามมาแบบนี้ก็ไปไม่ถูกเลย ครูจึงบอกให้กลับไปคิดมาใหม่ แต่แม่เห็นว่าโอกาสมาแล้วไม่อยากเสียเวลาอีก เลยตัดสินใจฝากตัวเป็นศิษย์ครูตั๊กทันทีแบบไม่ต้องคิดซ้ำ ซึ่งครูก็เมตตารับสายรุ้งเป็นลูกศิษย์ตั้งแต่วันนั้น

ตลอดเกือบ 9 ปีที่ผ่านมา สายรุ้งมีความสุขทุกครั้งที่ได้ไปเรียนขิม เขาจะชอบให้ไปส่งที่ชมรมแล้วให้มารับตอนเย็นเพื่อจะได้อยู่ที่ชมรมให้นานที่สุด

“ช่วยเตือนให้สายรุ้งจำคำกลอนสอนศิษย์ทั้งสามบทที่ผมสอนไว้ให้ดีแล้วกันครับ” นี่คือคำสอนที่ครูตั๊กมักเน้นย้ำเสมอ และในที่สุดก็ได้เห็นผลลัพธ์นั้นในวันนี้ เมื่อสายรุ้งตัดสินใจเลือกเดินตามรอยเท้าของครูเมื่อเขาเรียนจบ เขาอยากเติบโตไปเป็นครูที่ดีเหมือนกับคำถามที่ครูเคยฝากไว้เมื่อ 9 ปีก่อนอย่างน่าแปลกใจ

ในมุมของพ่อกับแม่ สิ่งที่มีค่าที่สุดที่ครูตั๊กให้ ไม่ใช่แค่เรื่องที่ลูกเล่นดนตรีเก่ง แต่ยังช่วยสอนให้ลูกเป็นคนดี และปลูกฝังจิตวิญญาณความเป็นครูให้สายรุ้งด้วย

ครูตั๊กคะ คำถามที่ครูเคยถามตั้งแต่วันแรกที่เจอกัน วันนี้สายรุ้งตอบได้แล้วนะคะ ครูไม่ต้องเป็นห่วง เพราะครอบครัวของเราพร้อมสนับสนุนสายรุ้งให้ก้าวไปเป็นครูที่เก่ง และครูที่ดี เพื่อสืบสานศิลปะดนตรีไทยตามปณิธานที่ครูตั้งใจเอาไว้ค่ะ 

นางศิริวรรณ วงศ์ธนาศิริกุล
ผู้ปกครอง สายรุ้ง วงศ์ธนาศิริกุล
เขียนบทความวันที่ 30 เม.ย. 2569